วันที่ 19 ตุลาคม 2569 น.
แบบอย่างที่ดี (Best Practice) ฉบับปรับปรุง — ตามเกณฑ์ สมศ.
การพัฒนาโมเดลการจัดการเรียนรู้ดิจิทัลด้วยระบบห้องเรียนออนไลน์อัจฉริยะ (AI Smart Classroom) เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์และการเรียนรู้รายบุคคลในศตวรรษที่ 21
โรงเรียนบ้านวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย | พัฒนาต่อยอดจากนวัตกรรมเดิม (innovation.php)
ผู้รับผิดชอบ: นายสันติ จันทวงศ์ ครู โรงเรียนบ้านวังสะพุง
1. ชื่อผลงานที่เป็นแบบอย่างที่ดี
ชื่อผลงาน (ภาษาไทย): การพัฒนาโมเดลการจัดการเรียนรู้ดิจิทัลด้วยระบบห้องเรียนออนไลน์อัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวัดประเมินผล และการดูแลผู้เรียนรายบุคคลในศตวรรษที่ 21
ชื่อรูปแบบ/Model (ภาษาอังกฤษ): AI Smart Classroom Model for Personalized Learning (ASCM-PL)
สถานศึกษา: โรงเรียนบ้านวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2
ผู้รับผิดชอบโครงการ: นายสันติ จันทวงศ์ (Mr. Santi Chantawong) ตำแหน่งครู
อีเมล bwp-app@loei2.go.th เว็บไซต์ https://krukasert.com
ผลงานนี้เป็นการ พัฒนาต่อยอด จากนวัตกรรมเดิม
"ระบบห้องเรียนออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัล"
(อ้างอิง: innovation.php )
โดยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้ในการวิเคราะห์ผู้เรียน ปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล (Personalized Learning) และพัฒนาระบบวัดประเมินผลตามสภาพจริง เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของ สมศ.
2. วัตถุประสงค์และเป้าหมายการจัดการเรียนรู้
การพัฒนานวัตกรรมนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร และส่งเสริมสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาและเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. ดังนี้
เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนรายบุคคล: โดยใช้ระบบวิเคราะห์ผลก่อน–หลังเรียนรายตัวชี้วัด (Learning Gap Analytics) ช่วยให้ครูทราบจุดบกพร่องและจัดกิจกรรมเรียนรู้ซ่อมเสริมได้ตรงตามความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน
เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Personalized Learning): เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงเนื้อหา สื่อมัลติมีเดีย และแบบฝึกหัดได้ตามอัตราความเร็วในการเรียนรู้ของตนเอง (Self-Paced Learning) ทุกที่ทุกเวลา
เพื่อพัฒนาวินัย ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง และความรับผิดชอบของผู้เรียน: ผ่านระบบแจ้งเตือนกำหนดการเรียน/การส่งงานอัตโนมัติ (Smart Notification) และระบบบันทึกเวลาเรียนด้วย AI เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีวินัย
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ (Formative Assessment): ด้วยใบงานและแบบทดสอบโต้ตอบอัตโนมัติ 4 รูปแบบ (Auto-graded Worksheets) ให้ข้อมูลย้อนกลับทันที (Immediate Feedback) เพื่อให้ผู้เรียนปรับปรุงตนเองได้ทันท่วงที
เพื่อเพิ่มเวลาและประสิทธิภาพในการดูแลผู้เรียนของครูผู้สอน: โดยนำ AI มาช่วยลดภาระงานเอกสารและการตรวจงาน ส่งผลให้ครูมีเวลาในการจัดกิจกรรม Active Learning และให้คำปรึกษาดูแลผู้เรียนเป็นรายบุคคลอย่างเต็มศักยภาพ
3. กระบวนการและขั้นตอนการจัดการเรียนรู้
การนำนวัตกรรมระบบห้องเรียนออนไลน์อัจฉริยะไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ ดำเนินการอย่างเป็นระบบตามวงจรคุณภาพ PDCA ดังนี้
P: วางแผนการเรียนรู้ วิเคราะห์หลักสูตร/ตัวชี้วัด จัดทำโครงสร้างรายวิชา วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล และออกแบบสื่อ/แบบทดสอบดิจิทัล
D: จัดกิจกรรมการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้ผสมผสาน (Blended Learning) ใช้ระบบ AI ช่วยเช็คชื่อ มอบหมายงานรายบุคคล และจัดกลุ่มซ่อมเสริม
C: ตรวจสอบและประเมินผล ประเมินผลผ่านระบบ Auto-grading วิเคราะห์พัฒนาการ (Learning Gain) และประเมินความพึงพอใจ
A: สะท้อนผลและปรับปรุง นำผลวิเคราะห์ AI มาปรับแผนการจัดการสอน ปรับซ่อมเสริมผู้เรียน และพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
3.1 ขั้นตอนการนำฟีเจอร์ AI ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้
(1) การเช็คเวลาเรียนด้วย AI (AI Attendance) เพื่อสร้างวินัยการเรียนรู้
1. สแกนใบหน้าต้นคาบเรียน
➜
2. AI ประมวลผลและเช็คชื่อ
➜
3. ระบบบันทึกสถานะเรียลไทม์
➜
4. เริ่มกิจกรรมการสอนได้ทันที
ผลต่อการเรียนรู้: ลดเวลาการเช็คชื่อจาก 10 นาที เหลือไม่ถึง 1 นาที ทำให้มีเวลาจัดกิจกรรม Active Learning เพิ่มขึ้น และฝึกวินัยการเข้าเรียนตรงเวลา
บริหารเวลาเรียน สร้างวินัยผู้เรียน
(2) การนำเข้าและคลังข้อสอบอัจฉริยะ (Exam Text Importer) ตามตัวชี้วัด
ครูสามารถวางข้อความคลังข้อสอบและผูกกับตัวชี้วัด/มาตรฐานการเรียนรู้ (KPI) ได้อย่างรวดเร็ว ระบบจะจัดเรียงเป็นคลังข้อสอบดิจิทัลที่สุ่มสลับข้อและตัวเลือกอัตโนมัติ ลดโอกาสการทุจริต และช่วยให้วัดผลได้ตรงตามตัวชี้วัดหลักสูตรมากยิ่งขึ้น
วัดผลตรงตัวชี้วัด คลังข้อสอบดิจิทัล
(3) การวิเคราะห์ช่องทางการเรียนรู้รายบุคคล (Learning Gap Analytics)
ระบบเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนแยกตามรายตัวชี้วัด แสดงผลเป็นกราฟและค่าพัฒนาการ (Learning Gain) หากนักเรียนคนใดไม่ผ่านเกณฑ์ ตัวระบบ AI จะแนะนำปุ่ม "จัดกลุ่มสอนซ่อมเสริมอัตโนมัติ" เพื่อให้ครูมอบหมายคลิปทบทวนหรือใบงานเพิ่มเติมเฉพาะกลุ่มได้อย่างแม่นยำ
Personalized Learning สอนซ่อมเสริมตรงจุด
(4) ใบงานปฏิสัมพันธ์และตรวจอัตโนมัติ 4 รูปแบบ (Auto-graded Worksheets)
สนับสนุนการประเมินเพื่อพัฒนา (Formative Assessment) ผ่านใบงาน 4 รูปแบบ (คำถามอธิบาย / ถูก-ผิด / จับคู่ / เรียงลำดับ) นักเรียนรู้ผลคะแนนและคำอธิบายเฉลยทันทีที่ส่งงาน ช่วยให้เกิดการเรียนรู้และแก้ไขความเข้าใจผิดได้ทันที
Immediate Feedback Formative Assessment
(5) ระบบแจ้งเตือนการเรียนรู้อัจฉริยะ (Smart Notification)
ส่งข้อความแจ้งเตือนนักเรียนและผู้ปกครองล่วงหน้าผ่านระบบ In-app และ LINE OA เกี่ยวกับกำหนดส่งงาน การสอบ หรือสื่อบทเรียนใหม่ ช่วยลดปัญหาผู้เรียนค้างส่งงาน และดึงผู้ปกครองเข้ามาร่วมสนับสนุนการเรียนรู้ที่บ้าน
กระตุ้นความรับผิดชอบ ดึงผู้ปกครองมีส่วนร่วม
3.2 โครงสร้างพื้นฐานของระบบห้องเรียนเดิมที่สนับสนุนการเรียนรู้
ระบบคลังสื่อมัลติมีเดีย (วิดีโอ เอกสาร PDF) สำหรับเรียนรู้ย้อนหลังได้ตลอดเวลา
ระบบจำแนกสิทธิ์ผู้ใช้ (ครู นักเรียน ผู้บริหาร) เพื่อการติดตามผลการเรียนอย่างเป็นระบบ
ระบบสมุดบันทึกคะแนนเก็บและรายงานผลการเรียนรายบุคคล
4. ผลการดำเนินงานและประโยชน์ที่ได้รับ
จากการนำนวัตกรรม AI Smart Classroom ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนอย่างชัดเจน โดยมีข้อมูลเปรียบเทียบย้อนหลังดังนี้
ตารางแสดงผลการดำเนินงานและพัฒนาการของผู้เรียนย้อนหลัง 3 ปีการศึกษา
ตัวชี้วัดคุณภาพการจัดการเรียนรู้
ปีการศึกษา 2564
ปีการศึกษา 2565
ปีการศึกษา 2566
1. ร้อยละของผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
[ 72.50 ]%
[ 81.20 ]%
[ 88.90 ]%
2. ค่าเฉลี่ยพัฒนาการเรียนรู้ (Learning Gain) ของผู้เรียนกลุ่มซ่อมเสริม
[ +12.30 ]
[ +18.50 ]
[ +25.40 ]
3. ร้อยละการส่งงานและเข้าสอบตรงตามเวลาที่กำหนด
[ 68.00 ]%
[ 82.50 ]%
[ 93.10 ]%
4. อัตราการเข้าเรียนสม่ำเสมอ (ผ่านระบบเช็คชื่อ AI)
[ 85.00 ]%
[ 91.40 ]%
[ 96.80 ]%
5. ความพึงพอใจของครูผู้สอนต่อการลดภาระงานเอกสารและการวัดผล
[ 78.00 ]%
[ 86.50 ]%
[ 94.20 ]%
4.1 ผลเชิงปริมาณ
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นเฉลี่ยต่อเนื่องตลอด 3 ปีการศึกษา คิดเป็นพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ระยะเวลาในการตรวจงานและเช็คชื่อลดลงจากเฉลี่ย 15 นาที/คาบ เหลือเพียงไม่เกิน 2 นาที/คาบ ทำให้เพิ่มเวลาจัดกิจกรรมการสอนได้มากขึ้น
4.2 ผลเชิงคุณภาพ
ด้านผู้เรียน: มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ มีวินัยและความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น สามารถรับรู้จุดบกพร่องของตนเองและได้รับการซ่อมเสริมอย่างทันท่วงที
ด้านครูผู้สอน: สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ได้อย่างเต็มที่ มีข้อมูลสารสนเทศการเรียนรู้รายบุคคลที่แม่นยำเพื่อใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน
ด้านสถานศึกษา: มีระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ดิจิทัลที่เป็นมาตรฐาน ปลอดภัย และสอดคล้องกับนโยบายการศึกษาดิจิทัล
5. วิธีการและเครื่องมือประเมินผล
การประเมินคุณภาพนวัตกรรมและการจัดการเรียนรู้ ใช้เครื่องมือและวิธีการที่หลากหลายตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ดังนี้
การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน: ใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน–หลังเรียนที่ผูกกับตัวชี้วัด นำมาคำนวณค่าดัชนีประสิทธิผล (E1/E2) และค่าพัฒนาการ (Learning Gain)
การประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้: ประเมินการเข้าเรียน ความตรงต่อเวลา และการส่งงาน ผ่านข้อมูล Log File และรายงานสถิติจาการเช็คชื่อด้วย AI แบบเรียลไทม์
การประเมินความพึงพอใจ: ใช้แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ต่อการใช้งานระบบและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
การสังเกตการณ์สอน (Classroom Observation): การนิเทศภายในโดยฝ่ายวิชาการและผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อประเมินปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียนและการใช้เทคโนโลยีสนับสนุน Active Learning
6. ปัจจัยหรือสิ่งสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ
ความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมและการนำไปใช้จัดการเรียนรู้เกิดจากปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ดังนี้
ปัจจัยภายในสถานศึกษา
วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร: ให้การสนับสนุนเชิงนโยบาย งบประมาณด้านอุปกรณ์ โครงข่ายอินเทอร์เน็ต และส่งเสริมการใช้นวัตกรรมอย่างจริงจัง
ความร่วมมือของคณะครู: เปิดรับการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี และร่วมมือกันวางแผนจัดทำเนื้อหาคลังข้อสอบดิจิทัล
เจตคติที่ดีของผู้เรียน: นักเรียนมีความสนใจ ให้ความร่วมมือ และปฏิบัติตามข้อตกลงการใช้งานระบบออนไลน์
ปัจจัยภายนอกสถานศึกษา
การส่งเสริมจากต้นสังกัด: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 ให้คำแนะนำ นิเทศ ติดตาม และสนับสนุนเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้เปิด (Open Source): การใช้ Open-source AI Libraries ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถพัฒนาระบบได้โดยประหยัดงบประมาณ
ความร่วมมือจากผู้ปกครอง: ให้ความร่วมมือในการกำกับดูแลการเรียนที่บ้าน และยินยอมให้ใช้ข้อมูลชีวมิติ (Face recognition) ตามหลัก PDPA
7. การยอมรับและรางวัลที่ได้รับ
ผลจากการพัฒนาและใช้นวัตกรรม ส่งผลให้ได้รับการยอมรับจากบุคคล หน่วยงานภายนอก และการศึกษาดูงานจากเครือข่ายทางการศึกษา ดังนี้
บันทึกรายการยอมรับและการศึกษาดูงาน (กรอกข้อมูลประจักษ์จริง)
ปี พ.ศ.
หน่วยงาน/องค์กรที่ให้การยอมรับ
ลักษณะการยอมรับ / ผลงาน / รางวัล
[ 2565 ]
สพป.เลย เขต 2
[ ได้รับรางวัลนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ดิจิทัลดีเด่น ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ]
[ 2566 ]
กลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาอำเภอวังสะพุง
[ เป็นสถานศึกษาแกนนำและศูนย์เรียนรู้ด้านการจัดห้องเรียนออนไลน์อัจฉริยะ ]
[ 2566 ]
โรงเรียนเครือข่ายทางการศึกษา [ ระบุชื่อ ]
[ เข้าศึกษาดูงานและนำโมดูล ASCM ไปทดลองใช้ในชั้นเรียน ]
8. การเผยแพร่และการขยายผลแบบอย่างที่ดี
สถานศึกษาได้ดำเนินการเผยแพร่นวัตกรรมและขยายผลการใช้งานไปยังสถานศึกษาอื่น เพื่อสร้างประโยชน์ในวงกว้าง ดังนี้
เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์: จัดทำเอกสารคู่มือและรายงานนวัตกรรมเผยแพร่บนเว็บไซต์ https://krukasert.com ให้ครูและผู้สนใจสามารถศึกษาและนำไปปรับใช้ได้ฟรี
การเป็นวิทยากรและจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้: การนำเสนอผลงานในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน การประชุมวิชาการของเขตพื้นที่การศึกษา และการอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่ครูในกลุ่มเครือข่าย
การขยายผลไปสู่การปฏิบัติจริง: มีโรงเรียนในสังกัด สพป.เลย เขต 2 นำรูปแบบระบบ AI Smart Classroom ไปปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ จำนวน [ 5 ] โรงเรียน พร้อมมีหนังสือขอบคุณและบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
ผู้พัฒนาและช่องทางติดต่อ
พัฒนาโดย: นายสันติ จันทวงศ์ (Mr. Santi Chantawong) ครู โรงเรียนบ้านวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
อีเมล: bwp-app@loei2.go.th | เว็บไซต์: https://krukasert.com
เอกสารฉบับนี้เป็นการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาฉบับปรับปรุง v2 ที่เน้นการนำเทคโนโลยี AI มายกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ การวัดประเมินผล และการพัฒนาผู้เรียนรายบุคคล ตามเกณฑ์มาตรฐาน สมศ.
สงวนลิขสิทธิ์ © 2569 ห้องเรียนออนไลน์... ครูเกษตร (ฉบับปรับปรุง v2 - AI Edition)
พัฒนาโดย นายสันติ จันทวงศ์ ครู โรงเรียนบ้านวังสะพุง